ชีวิตสาวกสิบสองคนของพระเยซูคริสต์

ได้รับเอกสารเรื่องราวของอัครสาวก 12 คน* ที่พระเยซูทรงเรียกใช้ รวบรวมโดย อ.พิษณุ อรรคภิญญ์ จึงขอนำมาแบ่งปัน โดยพิมพ์ขึ้นใหม่และไม่ได้ปรับเปลี่ยนถ้อยคำหรือชื่อที่เป็นภาษาไทยซึ่งท่านผู้รวบรวมใช้

1. ซีโมน ได้รับฉายานามว่า เปโตร หรือ เคฟาส (ศิลา) เป็นชาวประมง ท่านยังคงเป็นหลักอยู่ในเยรูซาเล็ม ประกาศกับพวกยิว แล้วต่อมาจึงไปถึงกรุงโรมที่ต่อมาได้กลายเป็นบิชอพคนแรกตามหลักฐานของคริสต์คาทอลิก ทำงานอยู่ด้วยกันกับท่านเปาโล ถูกประหารราวปี ค.ศ. 64 เมื่อจักรพรรดิเนโรตามล้างผลาญพวกคริสเตียน หรืออาจจะเป็นปี ค.ศ. 67 โดยถูกตรึง ท่านขอให้ตรึงโดยเอาศรีษะลง ด้วยความสำนึกว่า ท่านไม่ควรตายอย่างพระอาจารย์ ท่านเขียนพระธรรมเปโตรฉบับที่หนึ่ง

2. อันดรูว์ น้องของเปโตร เป็นชาวประมง เคยเป็นศิษย์ของยอห์นบัพติศโตมาก่อน ประวัติศาสตร์อ้างว่า ท่านเดินทางไปประกาศถึงแคว้นอาคายา (ทางตอนใต้ของกรีซ) และสิเธีย (ปัจจุบัน คือ ยูเครน) และทางตอนใต้ของรัสเซีย ต่อมาได้ถูกตรึงที่เมืองพาทราสในแคว้นอาคายา  ไม่ประสงค์จะตายอย่างพระอาจารย์ จึงขอให้ตรึงท่านบนไม้กางเขนรูป  X

3. ยากอบ น้องของยอห์น พ่อชื่อเศเบดี เป็นชาวประมง ในสมัยเฮโรดที่หนึ่ง กษัตริย์ของยิว ในปี ค.ศ. 44 ท่านได้ถูกตัดศรีษะ (กิจการ 12:1-2) เป็นที่รู้จักกันว่า ท่านคือ James the Greater เพื่อไม่ให้เข้าใจผิดว่า เป็นยากอบ ลูกของอัลเฟอัส เทศนาในกรุงเยรูซาเล็มและแคว้นยูเดียก่อนถูกฆ่า

4. ยอห์น พี่ของยากอบ ลูกของเศเบดี เป็นชาวประมง ตามบันทึกของกิตติคุณยอห์น 19:26-27 ท่านได้รับเอานางมาเรียพระมารดาไปเลี้ยงดูดุจมารดาของท่านเอง เทศนาในกรุงเยรูซาเล็ม ต่อมาเป็นบิช็อปแห่งเอเฟซัส (ตะวันตกของตุรกีปัจจุบัน) ในสมัยของจักรพรรดินี้ ท่านถูกปล่อยเกาะที่ที่ปัทมอส เมื่อปลดปล่อยแล้ว กลับมาตายที่เอเฟซัส เมื่อราว ค.ศ. 100 เป็นผู้เขียนกิตติคุณยอห์น วิวรณ์ และจดหมายฝาก 3 ฉบับ

5. ฟิลิป ประกาศที่ฟรีเจีย (ปัจจุบันคือตะวันตกของตุรกี) ก่อนที่จะถูกสังหารที่ ฮีเอโรโพลิส  อัครสาวกฟิลิปเป็นคนละคนกับฟิลิปที่เป็นผู้ประกาศกับขันทีชาวเอธิโอเปียที่แคว้นสะมาเรีย ได้รับบัพติสมาเมื่อมีน้ำ (กิจการ 8:4-8)

6. บารโธโลมิว หรือ นาธานาเอล ผู้ที่ถามว่า “สิ่งดีจะมาจากนาซาเร็ธได้หรือ” ท่านประกาศที่อาร์มีเนีย (ปัจจุบันคือตะวันออกของตุรกี ทางเหนือของอิรัก ตะวันตกเฉียงเหมือของอิหร่าน) และอินเดียตอนเหนือ นอกจากนั้นก็ได้ไปถึงอียิปต์ อาราเบีย เอธิโอเปีย และเปอร์เซีย (อิหร่าน) เชื่อกันว่าท่านถูกสังหารโดยถลกหนัง แล้วจึงถูกตัดศรีษะที่เดอร์เบน (ปัจจุบันคือตอนเหนือของทะเลแคสเปี้ยน) และอาจจะไปถูกฆ่าตายที่อินเดียเหนือ

7. โธมัส ดิดุมัส หรือโธมัสขี้สงสัย เคยทำงานอยู่ที่ปารเธีย และละแวกอิรักกับอิหร่าน ต่อมาจึงไปอินเดียตะวันตกเฉียงใต้ที่เมืองเคราลา (ปัจจุบันเป็นสำนักงานของคริสตจักรที่มีผู้เชื่อกว่า 10 ล้านคน) ในที่สุดท่านถูกหอกแทงตายใกล้กับนครมาสดราสทางตะวันออกของอินเดีย ที่ภูเขาที่ปัจจุบันรู้จักกันว่าภูเขาโทมัส (มีพระกิตติคุณโธมัสและกิจการของโธมัสเผยแพร่อยู่ในศตวรรษที่ 3-4

8. มัทธิว หรือ เลวี คนเก็บภาษี มีบันทึกเกี่ยวกับท่านอยู่น้อยมาก แต่เชื่อว่าท่านถูกฆ่าตายที่เอธิโอเปีย

9. ยากอบ บุตรอัลเฟอัส หรือ ยากอบน้อย ด้วยเหตุผลว่าท่านอาจจะเป็นคนตัวเล็ก ท่านเริ่มประกาศในแถบแผ่นดินอิสราเอล แล้วจึงถูกประหารที่อียิปต์

10. ยูดาส หรือ ธัดเดอัส เป็นน้องชายของยากอบ  ไปประกาศที่อัสซีเรีย ตะวันออกของอิรักและอิหร่าน แล้วต่อจากนั้นจึงไปร่วมกับซีโมนชาวคะนาอัน แล้วทั้งสองก็ถูกฆ่าตายในอิหร่าน

11. ซีโมน ชาวคะนาอัน (เศโลเท) นักกู้ชาติ สมาชิกพรรคปฏิวัติของพวกยิว เริ่มต้นประกาศที่อียิปต์แล้วไปร่วมกับยูดาสไปอิหร่าน แล้วทั้งสองก็ถูกฆ่าตายที่นั่น สัณนิษฐานว่าถูกตรึงบนกางเขนหรือถูกหั่นเป็นชิ้น

12. ยูดาอิสคาริโอท เป็นศิษย์คนเดียวที่ไม่ได้ออกทำงานให้พระอาจารย์ แต่เขาก็ตายโดยฆ่าตัวเอง เพราะได้ทรยศขายพระอาจารย์ด้วยเงินเพียงสามสิบเหรียญ

นอกจากสาวกที่ตายอย่างวีรชน (Martyrdom) ก็ยังมีคนอื่นๆ อีก เช่น สเทเฟน ที่ถูกสังหารโดยถูกหินขว้างตาย บุคคลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ยืนหยัดว่าพระเยซูเป็นขึ้นมาจากตายนั้นก็คือ เปาโล เมื่อหลังจากเหตุการณ์ที่พระเยซูเป็นขึ้นมาจากตายที่อุโมงค์แล้ว ก็เป็นเรื่องที่โจษจันกันทั่วไปและก็จะต้องนำความวุ่นวายมาสู่นักปกครองในเยรูซาเล็มด้วย เพราะการที่สาวกอ้างว่าพระเยซูเป็นขึ้นมาจากตายนั้น เปาโลจึงออกติดตามพวกคริสเตียนไปถึงเมืองดามัสกัส (ซีเรีย) ก็เพื่อจะขจัดปัญหาเรื่องพระเยซูเสียให้สิ้น แต่พระเยซูทรงปรากฏแก่ท่าน เปาโลจึงเป็นคนใหม่ที่กลายเป็นผู้ประกาศของพระเยซู เข้มแข็งยิ่งกว่าผู้ใดในสมัยนั้น เขียนพระธรรม 13 เล่ม ในที่สุดถูกฆ่าตายที่กรุงโรม

ท่านเปาโลคนใหม่ ที่ครั้งหนึ่งตามล่าลูกศิษย์พระเยซูนั้น กลายเป็นเปาโลที่มีชีวิตใหม่ เกือบทุกลมหายใจของท่านเป็นเรื่องของพระเยซูคริสต์ผู้เป็นขึ้นมาจากตาย เป็นเหตุเป็นผลให้ท่านยอมทนทุกข์ทรมานจนในที่สุดก็ถูกตัดศรีษะ การที่เราจะไม่เชื่อหรือสงสัยในการเป็นขึ้นมาจากตายของพระเยซูคริสต์นั้น นับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับความเชื่อศรัทธาตามที่ท่านเปาโลเขียนไว้ในจดหมายฉบับที่ 1 ที่ส่งไปยังคริสเตียนที่เมืองโครินธ์ว่า “ถ้าพระคริสต์ไม่ได้ทรงเป็นขึ้นมา การเทศนาของเรานั้นก็เปล่าประโยชน์ ทั้งความเชื่อของท่านทั้งหลายก็เปล่าประโยชน์ด้วย และก็จะปรากฏว่าเราอ้างพยานเท็จในเรื่องพระเจ้า เพราะเราอ้างพยานถึงพระเจ้าว่าพระองค์ได้ทรงบันดาลให้พระคริสต์เป็นขึ้นมา” (1โครินท์ 15:14-15)

วันอิสเตอร์หรือวันฉลองชัย คือวันแรกของสัปดาห์ และนี่เองที่นำการเปลี่ยนแปลงมาสู่โลกจนทุกวันนี้ เพราะปฏิทินสากลที่ใช้กันทุกแห่งหนในโลกนั้น จะเริ่มต้นสัปดาห์ด้วยวันอาทิตย์ที่มักจะพิมพ์ไว้ด้วยสีแดง ดังนั้น ทั้งโลกยืนยันการเป็นขึ้นมาจากตายของพระเยซูด้วย

* ในจำนวนสาวก 12 คนที่พระเยซูคริสต์ทรงเลือกนั้น มีอยู่ 3 คนที่ถือว่าเป็นสาวกคนสนิท คือ เปโตร ยอห์น และยากอบ

Posted in คริสตศาสนา | Tagged , , , , , , , , , , , , , , , , , | Leave a comment

ชีวประวัติผู้เขียนพระคัมภีร์ใหม่

ผู้เขียนพระคัมภีร์ใหม่ มีทั้งผู้ที่เคยใช้ชีวิตใกล้ชิดหรือติดตามพระเยซูคริสต์เจ้า บางคนเป็นอัครสาวก ซึ่งในบรรดาอัครสาวกจำนวน 12 คน ซึ่งได้แก่ เปโตร ยากอบ ยอห์น อันดรูว์ ฟีลิป บารโธโลมิว โธมัส มัทธิว ยากอบ ธัดเดอัส ซีโมน และ ยูดาอิสคาริโอท (ผู้ทรยศ) ที่พระเยซูทรงเลือกเพื่อให้ติดตามนั้น มีบางคนเท่านั้นที่เขียนบันทึกที่สามารถรวบรวมได้ แต่ผู้ที่เขียนมากที่สุด คือ อาจารย์เปาโล ซึ่งเคยต่อต้านพระคริสต์มาก่อน นอกจากนี้ยังมีบุคคลอื่นๆ ที่ยังไม่แน่ใจว่าเป็นใครอีกด้วย

มัทธิว (Mathew) เดิมชื่อ เลวี เขียนพระกิตติคุณมัทธิวถึงชนชาติยิว มัทธิวเคยเป็นคนเก็บภาษีส่งกรุงโรม เขาทิ้งงานเก็บภาษีเพื่อติดตามพระเยซู ปกติคนเก็บภาษีมักไม่ค่อยมีใครคบหาสมาคมด้วย ถือว่าเป็นคนขายชาติ เพราะเป็นพวกประจบประแจงพวกโรมัน การจ่ายภาษีแสดงถึงภาระอันหนักหน่วงที่เกิดจากการยึดครองของมหาอำนาจหรือจักรวรรดิโรมันในสมัยนั้น ตำแหน่งของคนเก็บภาษีต้องซื้อหามาด้วยเงินทอง ซึ่งเมื่อเก็บภาษีจากประชาชนแล้ว คนเก็บภาษีจะไม่นำส่งกรุงโรมทั้งหมด แต่จะยักยอกเอาไว้เพื่อเป็นของตัวเองบ้าง ดังนั้น เลวีจึงเป็นผู้ที่มีฐานะร่ำรวยคนหนึ่ง แต่พระเยซูทรงเรียกท่านให้เป็นผู้รับใช้พระเจ้าโดยยกย่องให้เป็นอัครสาวกด้วย โดยพระองค์ทรงตั้งชื่อให้ใหม่ว่า มัทธิว ซึ่งแปลว่า “ของประทาน (ของขวัญ) จากพระเจ้า” เมื่อมัทธิวพบพระเยซูแล้ว ท่านมีความถ่อมใจ กลับใจใหม่ ยอมรับความมหัศจรรย์ที่พระเยซูทรงกระทำต่อชีวิตของท่าน

มาระโก (Mark) เขียนพระกิตติคุณมะระโกถึงชาวโรมัน มะระโกเป็นคนใกล้ชิดและติดตามอัครสาวกเปโตร ท่านเขียนเรื่องโดยจัดเรียงจากข้อความที่เปโตรเทศนา

ลูกา (Luke) เขียนพระกิตติคุณลูกาและพระธรรมกิจการ ท่านเป็นนายแพทย์ชาวกรีกและเป็นผู้ร่วมงานกับอาจารย์เปาโล เหตุการณ์ที่ท่านเขียนสามารถพิสูจน์ได้ หนังสือกิจการที่ท่านเขียนทำให้ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นนักประวัติศาสตร์คนหนึ่ง

ยอห์น (John) เขียนพระกิตติคุณยอห์นและพระธรรมวิวรณ์ ท่านเคยเป็นคนเลือดร้อน เป็นสาวกที่พระเยซูเจ้าทรงรักและไว้ใจ จะเห็นได้จากการที่พระองค์ทรงมอบให้ยอห์นดูแลมารดาของพระองค์ก่อนที่พระองค์จะถุกตรึงที่กางเขน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของท่านเมื่อพบพระเยซูเปลี่ยนแปลงชีวิตของท่านได้ พระธรรมยอห์นที่ท่านเขียนกล่าวถึงความรักของพระเจ้าซึ่งเป็นที่จับใจอย่างมาก ผู้ที่เพิ่งเริ่มรับเชื่อหรือเริ่มอ่านพระคัมภีร์จึงควรที่จะอ่านพระธรรมยอห์นนี้ก่อน

ยากอบ (James) เป็นผู้เขียนพระธรรมยากอบ เข้าใจว่าท่านเป็นน้องชายของพระเยซูคริสต์ที่เกิดจากมารีย์และโยเซฟ ระหว่างการทำงานของพระเยซูคริสต์ 3 ปีในโลก ยากอบเป็นผู้ไม่เชื่อ แต่หลังจากการคืนพระชนม์ของพระคริสต์ พระองค์ทรงปรากฏแก่ยากอบด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ท่านเปลี่ยนแปลง ท่านอยู่ร่วมอธิษฐานกับอัครสาวกในห้องชั้นบนในวันเพนเตคอสซึ่งพระเยซูได้ให้สัญญาไว้ว่าจะประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้ ท่านเป็นผู้นำที่เข้มแข็งในกลุ่มผู้นำในคริสตจักรยุคเริ่มแรก และเป็นผู้นำการประชุมสภาครั้งสำคัญที่เยรูซาเล็ม อ.เปาโล เรียก ยากอบว่า “เสาหลัก” ของคริสตจักร

ยูดา (Jude) เขียนพระธรรมยูดา ท่านไม่ได้เป็นอัครสาวก เข้าใจว่าเป็นน้องขององค์พระเยซูคริสต์เข่นกัน เพราะเรียกตัวเองว่า น้องชายของยากอบ

เปโตร (Peter) เป็นผู้เขียนพระธรรมเปโตร เดิมชื่อซีโมน เป็นชาวประมง อุปนิสัยเป็นผู้มีอารมณ์ร้อนและเปลี่ยนแปลงง่าย พระเยซูคริสต์จึงทรงเปลี่ยนชื่อให้ใหม่เป็น เปโตร ซึ่งแปลว่า ศิลา ท่านเคยเป็นคนขี้ขลาด จะเห็นได้จากการปฏิเสธพระเยซูถึง 3 ครั้งในคืนก่อนวันตรึงพระองค์ที่กางเขน ทั้งๆ ที่ได้ให้สัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วว่า “ถึงแม้ว่าใครๆ จะทิ้งพระองค์ ข้าพระองค์ก็จะไม่ยอมทิ้งพระองค์” แต่ภายหลังการคืนพระชนม์และการเสด็จมาของพระวิญญาณบริสุทธิ์แล้ว ท่านได้กลายเป็นศิลาอันแข็งแกร่งจริงๆ ถ้อยคำเทศนาของท่านสั่นสะเทือนไปทั่วกรุงเยรูซาเลม มีผู้เข้ามารับเชื่อมากมาย

เปาโล (Paul) ท่านเป็นผู้ที่เขียนจดหมายฝากจำนวน 13 เล่ม ท่านเกิดในเมืองทาร์ซัส แคว้นซีลีเซีย เป็นคนเชื้อชาติยิว สัญชาติโรม จะสังเกตได้ว่า ท่านเป็นคนพูดจาโผงผาง ค่อนข้างใจน้อย เป็นฟาริสีผู้เคร่งครัด ได้รับการศึกษาจากกามาลิเอลซึ่งเป็นอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ เข้าใจว่าอาชีพหลักของท่านคือ ทำเต้นท์ขาย ท่านได้รับมอบอำนาจให้ทำลายล้างคริสตชนจำนวนมากมาย แต่หลังจากการทรงเรียกขององค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว ท่านกลายเป็นคนกล้าหาญมาก ถูกจับกุมคุมขัง ถูกโบยตี ถูกขว้างด้วยก้อนหินหมายจะให้ตาย หลายครั้งหลายหน ท่านเดินทางประกาศพระวจนะของพระเจ้าเป็นระยะทางไกล ถึง 3 ช่วงเวลา (รายละเอียดในหนังสือกิจการ) อาจารย์เปาโลยอมตายเพื่อพระคริสต์ ชีวิตในบั้นปลายของท่านเป็นบทเรียนอย่างดีสำหรับเราในการเรียนรู้และการดำเนินชีวิต คือเรื่องที่ท่านบอกว่า “เป็นหนามในชีวิต” (เข้าใจว่าเป็นโรคหรือความพิการเกี่ยวกับดวงตา) ซึ่งพระเจ้าไม่มีพระประสงค์ที่จะรักษาให้ท่าน และพระเจ้าให้ท่านเช้าใจพระประสงค์ของพระองค์

Posted in คริสตศาสนา | Tagged , , , , , , , | Leave a comment

การเป็นหนึ่งของพระคริสตธรรมคัมภีร์

Bible is unique “different from all others; having no like or equal”

ในขณะที่ พระเจ้าเป็นองค์บริสุทธิ์ พระคัมภีร์กล่าวถึง ความบาป (Sin) ซึ่งถ้าเราไปอ่านประวัติของบุคคลสำคัญต่างๆ ในโลกนี้ จะพบว่า ไม่มีการกล่าวถึงด้านนี้กันมากนัก แต่ในพระคัมภีร์จะกล่าวถึงความบาปมากมาย ทั้งความบาปของประชาชน ความบาปของผู้มีอำนาจปกครอง ความผิดของสาวกของพระเยซู ความไม่มีระเบียบของคริสตจักร เป็นต้น

การเป็นหนึ่งในความต่อเนื่อง

พระคริสตธรรมคัมภีร์เป็นหนังสือที่ต่างจากหนังสือเล่มใดๆ ในโลก เป็นหนังสือไม่สามารถเขียนได้ด้วยคนเพียงคนเดียว ถึงแม้ว่าเขาประสงค์จะเขียนหรืออยากเขียนขึ้นก็ตาม

พระคริสตธรรมคัมภีร์เขียนต่อเนื่องกันมา ในช่วงระยะเวลาประมาณ 1,600 ปี คือตั้งแต่ 1,500 ปีก่อน  คริสตศักราชจนถึงคริสตศักราช 100 รวมกันตามอายุได้มากกว่า 60 ชั่วคน โดยมีเรื่องราวต่อเนื่องและประสานกันตั้งแต่เล่มแรกจนถึงเล่มสุดท้าย ถึงแม้ว่าผู้เขียนแต่ละคนเกิดคนละยุคคนละสมัย มีอาชีพการงานที่แตกต่างกัน แต่พวกเขาเขียนเรื่องเดียวกันทั้งหมดโดยไม่มีข้อขัดแย้งกันเลย

ผู้ประพันธ์

มีรวมกันทั้งหมดมากกว่า 60 คน เป็นกษัตริย์ ชาวนา นักปรัชญา ชาวประมง กวี นักบริหาร นักปกครอง นักวิชาการ ฯลฯ ตัวอย่างผู้เขียน

– โมเสส…ผู้นำทางการเมือง ฝึกฝนและบ่มฟักความรู้จากสถาบันการศึกษาชั้นสูงแห่งอียิปต์

เปโตร…ชาวประมง

– อาโมส…ผู้เลี้ยงสัตว์

– โยชูวา…นายทหาร

– ดาเนียล…นายกรัฐมนตรี

– ลูกา…นายแพทย์

– โซโลมอน…กษัตริย์

– มัทธิว…คนเก็บภาษี

– เปาโล…อาจารย์สอนศาสนา

การเขียน

เขียนใน 3 ทวีป คือ เอเชีย แอฟริกา และยุโรป และในสถานที่ต่างๆ กัน

โมเสส…ในป่าหรือถิ่นกันดาร

เยเรมีย์…ในห้องใต้ดินหรือที่ขังนักโทษ

ดาเนียล…บนเนินเขาและในพระราชวัง

เปาโล…ในคุก

ลูกา…ขณะกำลังเดินทาง

ยอห์น…บนเกาะ

คนอื่นๆ บางคนเขียนในระหว่างการสงคราม

เขียนในสถานการณ์ต่างกัน กษัตริย์ดาวิดเขียนในยามสงคราม ส่วนกษัตริย์โซโลมอนเขียนในยามสงบศึก

เขียนในอารมณ์ต่างกัน บางคนเขียนในขณะบังเกิดความยินดีอย่างสูงสุด แต่บางคนเขียนในขณะที่มีความเศร้า เสียใจ และสิ้นหวัง

ภาษาที่ใช้เขียน รวม 3 ภาษา ได้แก่

ภาษาฮีบรู ใช้ในพระคัมภีร์เดิม

– ภาษาอาราเมค ใช้กันทั่วไปตั้งแต่ 600 ก่อนคริสตกาล เป็นภาษาโบราณของซีเรียคล้ายภาษาเฮ็บราย ใช้กันทั่วไปในประเทศแถบปาเลสไตน์ จนกระทั่งค่อยๆ แทรรกซึมเข้ามาแทนที่ภาษาเฮ็บรายที่ใช้พูดกันทั่วไป

ภาษากรีก ใช้เขียนในพระคัมภีร์ใหม่

นอกจากพระคริสตธรรมคัมภีร์เป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์ของชนชาติอิสราเอล รวมเวลาประมาณ 1,500 ปี (ตั้งแต่ 1ซามูเอล –2พงศาวดาร) แล้ว ยังมีคำพยากรณ์ถึงโลก เมืองต่างๆ การเสด็จมาของพระเยซูคริสต์ และเหตุการณ์ในอนาคตอีกด้วย

การเป็นหนึ่งในเรื่องซึ่งเป็นที่ถกเถียง

เรื่องราวในพระคริสตธรรมคัมภีร์ ที่นำมาซึ่งการถกเถียงหรือให้วิพากย์วิจารณ์มีเป็นร้อยๆ เรื่อง ตั้งแต่พระธรรมปฐมกาลซึ่งเป็นหนังสือเล่มแรกจนถึงพระธรรมวิวรณ์ซึ่งเป็นหนังสือเล่มสุดท้าย แต่มีเรื่องที่เปิดเผยสอดคล้องเหมือนๆ กันคือ การที่พระเจ้าทรงปลดเปลื้องหรือไถ่บาปมนุษยชาติ

การเป็นหนึ่งในเรื่องความแพร่หลายและการแปล

เป็นหนังสือที่มีผู้อ่านมากที่สุด และแปลเป็นภาษาต่างๆ มากที่สุดในโลก คือมากกว่า 2,000 ภาษา พระคัมภีร์เป็นหนังสือเล่มแรกที่มีการแปลเป็นภาษาอื่น  คือแปลจากภาษาเฮ็บรายเป็นภาษากรีกเมื่อประมาณ 250 ปีก่อนคริสตศักราช

การเป็นหนึ่งในความอยู่รอด

เป็นหนังสือที่มีการคัดลอกด้วยลายมือต่อกันมาเรื่อยๆ ก่อนที่จะมีการพิมพ์เกิดขึ้น อยู่รอดจากการถูกทำลายเพราะถูกโจมตี และเป็นหนังสือต้องห้ามหรือหนังสือนอกกฎหมายในสมัยที่จักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ รอดจากการถูกทำลายในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบที่ห้ามมีศาสนา และคงยืนหยัดอยู่ได้ทั้งๆ ที่ถูกวิพากย์วิจารณ์อย่างมากมาย

การเป็นหนึ่งในวงวรรณกรรม

นักศาสนศาสตร์และประวัติศาสตร์ Philip Schaff  (คศ. 1819-1893) กล่าวไว้ว่า  “พระเยซูชาวนาซาเร็ธ ผู้ซึ่งปราศจากเงินและอาวุธ สามารถมีชัยมากกว่าบุคคลผู้มีชื่อเสียงหลายคนในโลก … โดยไม่ได้ศึกษาเล่าเรียน ท่านสามารถให้ความสว่างและทางสู่สวรรค์รวมกันแล้วมากกว่านักปรัชญาและนักวิชาการทุกคน พระองค์สามารถพูดเรื่องชีวิตที่ไม่มีใครพูดมาก่อน พระองค์ไม่ต้องเขียนหนังสือเลย…แต่พระองค์เป็นที่มาของคำเทศนา การชุมนุมปราศรัย การวิพากษ์วิจารณ์ การศึกษาเรื่องของพระองค์ งานด้านศิลปะรวมทั้งบทเพลงสรรเสริญ งานที่เกี่ยวข้องกับพระองค์ทั้งหมดมีมากกว่างานที่กล่าวถึงบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ในสมัยโบราณและยุคปัจจุบันรวมกันเสียอีก”

พระคัมภีร์เป็นพระวจนะของพระเจ้า ข้อความพระคัมภีร์จาก  theWord…Thailand Bible Society (www.thaibible.or.th)

Posted in คริสตศาสนา | Tagged , , , , | Leave a comment

ข้อสังเกตในพระคริสตธรรมคัมภีร์

 

ข้อสังเกตส่วนหนึ่งที่พบเมื่ออ่านพระคริสตธรรมคัมภีร์ทั้ง 66 เล่ม มีดังนี้

รูปแบบการเขียน เป็นรูปแบบวรรณกรรม บทกวีที่มีคำสอดคล้อง หรือเป็นถ้อยคำที่พระวิญญาณทรงนำให้เขียน เช่น

อิสยาห์ 55:12 … “เพราะพวกเจ้าจะออกไปด้วยความชื่นบาน และจะถูกนำพาไปโดยสวัสดิภาพ บรรดาภูเขาและเนินเขาจะเปล่งเสียงร้องเพลงต่อหน้าพวกเจ้า และต้นไม้ทั้งหมดในท้องทุ่งจะตบมือ…” ในที่นี้หมายถึง มีการแสดงความยินดี เป็นต้น

เขียนโดยคนโบราณ ตามลักษณะที่ผู้เขียนเห็นหรือสัมผัส ซึ่งคนในปัจจุบันจะไม่พูดกันหรือเขียนแบบนั้น

การอัศจรรย์ พบมากทั่วทั้งเล่มของพระคัมภีร์ เป็นหลักสำคัญของศาสนาของพระเจ้า กล่าวได้ว่า ถ้าตัดการอัศจรรย์ออกไป คริสตศาสนาก็จะไม่มีความหมายอีกต่อไป และการอัศจรรย์ที่สำคัญที่สุด คือ การคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์

ข้อความสอดคล้องกันทั้งเล่ม ถึงแม้ว่าช่วงเวลาการเขียนยาวนานประมาณ 1,600 ปี และอาจารย์เปาโล ที่เขียนพระคัมภีร์ใหม่จำนวนหลายเล่ม ซึ่งมากกว่าคนอื่นๆ  ท่านก็สามารถเขียนได้สอดคล้องกับคำสอนของอัครสาวกทั้งๆ ที่เคยต่อต้านพระเยซูคริสต์อย่างมากมาก่อน ในเรื่องนี้อัครสาวกก็ได้ให้การรับรองคำสอนของอาจารย์เปาโลด้วย  ข้อสังเกต คือ อัครสาวกและอาจารย์เปาโลได้แยกย้ายกันออกประกาศข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ เรื่องนี้จึงทำให้เราแน่ใจได้ว่า พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าทรงดลใจท่านเหล่านี้ในการเขียนพระวจนะของพระองค์

คำพยากรณ์ต่างๆ ที่บันทึกล้วนเกิดขึ้นจริงทั้งสิ้น โดยเกิดชัดแจ้ง ไม่เคลือบคลุม มีรายละเอียด รวมทั้งคำพยากรณ์เกี่ยวกับการเสด็จมาขององค์พระเยซูคริสต์ นอกจากนี้ยังพยากรณ์ถึงความพินาศของเมืองต่างๆ พยากรณ์เรื่องของกษัตริย์หลายพระองค์ หลายชาติ หลายเมือง

มีคำพยากรณ์เกี่ยวกับชนชาติอิสราเอล (ยิว) ด้วย… เป็นชนชาติของพระเจ้าและเป็นประชากรที่ได้รับพระพรมากมาย และพระองค์มิได้ทรงทอดทิ้งชนชาตินี้เลย

เฉลยธรรมบัญญัติ 28:25 “พระยาห์เวห์จะทรงทำให้ท่านพ่ายแพ้ต่อศัตรูของท่าน ท่านจะออกไปต่อสู้พวกเขาทางเดียว แต่จะหนีจากเขาเจ็ดทาง และท่านจะเป็นที่น่าสยดสยองยิ่งแก่ราชอาณาจักรทั้งสิ้นทั่วโลก…”

โฮเซยา 9:17 พระเจ้าของข้าพเจ้าจะเหวี่ยงเขาทิ้งไป เพราะเขาทั้งหลายมิได้เชื่อฟังพระองค์ เขาจะเป็นคนพเนจรอยู่ท่ามกลางบรรดาประชาชาติ

เยเรมีย์ 31 …พยากรณ์ว่าชนชาติยิวที่แตกซ่านไปทั่วทุกมุมโลก จะรวบรวมเป็นประเทศชาติอย่างมั่นคงได้อีก

เยเรมีย์ 31:17  พระยาห์เวห์ตรัสว่า “เรื่องอนาคตของเจ้ายังมีหวัง และพวกลูกของเจ้าจะกลับมายังประเทศของเขาเอง…”

เอเสเคียล 36:24  เพราะว่า เราจะนำพวกเจ้าออกมาจากท่ามกลางประชาชาติทั้งหลาย และรวบรวมเจ้ามาจากทุกประเทศ แล้วนำเจ้าเข้ามาในแผ่นดินของเจ้าเอง

การรวบรวมเผ่าพันธุ์และประกาศตั้งรัฐอิสราเอลขึ้นใหม่เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ปี ค.ศ. 1948 โดยมีกรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวง เป็นเหตุการณ์ทางการเมืองที่น่าพิศวงเป็นอย่างยิ่ง

พระคัมภีร์เป็นพระวจนะของพระเจ้า ข้อความพระคัมภีร์จาก  theWord…Thailand Bible Society (www.thaibible.or.th)

Posted in คริสตศาสนา | Tagged , , , | Leave a comment

พระคัมภีร์ใหม่ (The New Testament)

 

ความตอนที่แล้ว กล่าวถึงบัญญัติของโมเสส ซึ่งเป็นพันธสัญญาเดิม) บนภูเขาซีนาย ที่ตั้งไว้กับชนชาติอิสราเอลให้ถือปฏิบัติ

อพยพ 19:5 ฉะนั้น  ถ้า​พวก​เจ้า​ฟัง​เสียง​เรา​จริงๆ และ​รักษา​พันธ​สัญญา​ของ​เรา​ไว้ พวก​เจ้า​จะ​เป็น​ของ​ล้ำ​ค่า​ของ​เรา​ที่​เรา​เลือก​สรร​จาก​ท่าม​กลาง​ชน​ชาติ​ทั้ง​ปวง เพราะ​แผ่น​ดิน​ทั้ง​สิ้น​เป็น​ของ​เรา

พระคัมภีร์ใหม่หรือพันธสัญญาใหม่ (The New covenant) ได้ชื่อมาจากคำที่พระเยซูคริสต์ใช้ในการเลี้ยงอาหารมื้อสุดท้ายก่อนทรงถูกตรึงที่กางเขน

ลูกา 22:20 เมื่อรับประทานแล้ว จึงทรงหยิบถ้วยและทรงทำเหมือนกันตรัสว่าถ้วยนี้ที่เทออกเพื่อท่านทั้งหลาย เป็นพันธสัญญาใหม่โดยโลหิตของเรา

พันธสัญญาใหม่ เป็นเรื่องตรงข้ามกับบัญญัติของโมเสสตามพันธสัญญาเดิม เพราะว่ามนุษย์เต็มไปด้วยความบาป จึงไม่สามารถรักษากฎบัญญัติได้โดยปราศจากการช่วยเหลือจากพระองค์ ดังนั้นกฎในพันธสัญญาเดิมจึงทำให้เห็นบาปเด่นชัดขึ้น โดยชี้ให้เห็นถึงการละเมิดของมนุษย์ต่อคำสั่งของพระเจ้า

กาลาเทีย 3:19 ถ้า​เช่น​นั้น มี​ธรรม​บัญ​ญัติ​ไว้​ทำไม? ที่​เพิ่ม​ธรรม​บัญ​ญัติ​ก็​เพราะ​การ​ละเมิด จน​กว่า​พงศ์​พันธุ์​ตาม​พระ​สัญ​ญา​นั้น​จะ​มา​ถึง …

กฏบัญญัติดังกล่าวจึงเป็นการเตรียมการมนุษย์ให้ยอมรับพระเยซูคริสต์ เพราะกฎชี้ว่ามนุษย์ไม่สามารถรอดได้ด้วยตัวเอง

ยอห์น 3:17 เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ทรง​ให้​พระ​บุตร​เข้า​มา​ใน​โลก ไม่​ใช่​เพื่อ​พิ​พาก​ษา​โลก แต่​เพื่อ​ช่วย​กู้​โลก​ให้​รอด​โดย​พระ​บุตร​นั้น

แต่องค์พระเยซูคริสต์ทรงปฏิบัติตามกฎบัญญัติได้อย่างสมบูรณ์ ต่อมาทรงวายพระชนม์และหลั่งโลหิตบนไม้กางเขน จึงสำเร็จตามที่กล่าวไว้ในสมัยพันธสัญญาเดิม

เยเรมีย์ 31:31-33 พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​ว่า “นี่​แน่ะ วัน​เวลา​จะ​มา​ถึง ซึ่ง​เรา​จะ​ทำ​พันธ​สัญ​ญา​ใหม่​กับ​เชื้อ​สาย​ของ​อิส​รา​เอล​และ​เชื้อ​สาย​ของ​ยู​ดาห์ ไม่​เหมือน​กับ​พันธ​สัญ​ญา​ซึ่ง​เรา​ได้​ทำ​กับ​บรรพ​บุรุษ​ของ​เขา​ทั้ง​หลาย เมื่อ​เรา​จูง​มือ​เขา​เพื่อ​นำ​เขา​ออก​มา​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์ เป็น​พันธ​สัญ​ญา​ของ​เรา​ซึ่ง​เขา​ฝ่า​ฝืน ถึง​แม้​ว่า​เรา​ได้​เป็น​สามี​ของ​เขา” พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​ดัง​นี้​แหละ “แต่​นี่​จะ​เป็น​พันธ​สัญ​ญา​ซึ่ง​เรา​จะ​ทำ​กับ​เชื้อ​สาย​ของ​อิส​รา​เอล​ภาย​หลัง​สมัย​นั้น” พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​ดัง​นี้​แหละ “เรา​จะ​บรรจุ​ธรรม​บัญ​ญัติ​ไว้​ใน​เขา​ทั้ง​หลาย และ​เรา​จะ​จา​รึก​มัน​ไว้​บน​ดวง​ใจ​ของ​เขา และ​เรา​จะ​เป็น​พระ​เจ้า​ของ​เขา และ​เขา​จะ​เป็น​ประ​ชา​กร​ของ​เรา”

เมื่อพระเยซูคริสต์ทรงวายพระชนม์และคืนพระชนม์นั้น พระเจ้าได้ทรงช่วยมนุษย์ก่อนยุคไม้กางเขนที่ล่วงลับไปก่อนหน้านั้นแล้ว ให้รอดด้วย

โรม 3:25 พระ​เจ้า​ได้​ทรง​ตั้ง​พระ​เยซู​ไว้​ให้​เป็น​เครื่อง​บู​ชา​ไถ่​บาป4 ​โดย​พระ​โล​หิต​ของ​พระ​องค์ ความ​เชื่อ​จึง​ได้​ผล ทั้ง​นี้​เพื่อ​แสดง​ให้​เห็น​ความ​ชอบ​ธรรม​ของ​พระ​เจ้า ใน​การ​ที่​พระ​องค์​ได้​ทรง​อด​กลั้น​พระ​ทัย และ​ทรง​ยก​บาป​ที่​ได้​ทำ​ไป​แล้ว​นั้น   

(พระซูคริสต์เปรียบได้กับลูกแกะที่บริสุทธิ์ซึ่งชนในยุคพันธสัญญาเดิมฆ่าบูชาแก่พระเจ้า โดยมีการหลั่งเลือดเพื่อไถ่โทษบาปทุกปี)

1เปโตร 3:18-20 เพราะ​พระ​คริสต์​ทรง​ทน​ทุกข์​ครั้ง​เดียว​เป็น​พอ​เพราะ​บาป คือ​พระ​องค์​ผู้​ชอบ​ธรรม​เพื่อ​ผู้​ไม่​ชอบ​ธรรม เพื่อ​จะ​นำ​พวก​ท่าน8 ​ไป​ถึง​พระ​เจ้า ฝ่าย​กาย​พระ​องค์​จึง​สิ้น​พระ​ชนม์ แต่​ฝ่าย​จิต​วิญ​ญาณ​ทรง​คืน​พระ​ชนม์ และ​โดย​ทาง​วิญ​ญาณ พระ​องค์​ได้​เสด็จ​ไป​บอก​พวก​วิญ​ญาณ​ที่​ติด​คุก​อยู่ ซึ่ง​ใน​สมัย​ก่อน​ไม่​เชื่อ​ฟัง​พระ​เจ้า คราว​เมื่อ​พระ​เจ้า​ทรง​อด​ทน​รอ​คอย​ให้​กลับ​ใจ​ใน​สมัย​โน​อาห์ ขณะ​ที่​ท่าน​กำ​ลัง​ต่อ​เรือ​ใหญ่ ใน​เรือ​นั้น​มี​น้อย​คน คือ​แปด​ชีวิต​รอด​ผ่าน​น้ำ

ฮีบรู 9:12 คือ​เสด็จ​เข้า​ไป​ใน​สถาน​ศักดิ์​สิทธิ์​ครั้ง​เดียว​เป็น​พอ และ​พระ​องค์​ไม่​ได้​ทรง​นำ​เลือด​แพะ​และ​เลือด​ลูก​วัว​เข้า​ไป แต่​ทรง​นำ​พระ​โลหิต​ของ​พระ​องค์​เอง​เข้า​ไป จึง​ได้​มา​ซึ่ง​การ​ไถ่​บาป​ชั่ว​นิรันดร์

ฮีบรู 9:14 มาก​ยิ่ง​กว่า​นั้น​สัก​เท่า​ใด พระ​โล​หิต​ของ​พระ​คริสต์ ผู้​ทรง​ถวาย​พระ​องค์​เอง​ที่​ปราศ​จาก​ตำ​หนิ​แด่​พระ​เจ้า​โดย​พระ​วิญ​ญาณ​นิรันดร์ ก็​จะ​ทรง​ชำระ​มโน​ธรรม​ของ​เรา​จาก​การ​ประ​พฤติ​ที่​เปล่า​ประ​โยชน์ เพื่อ​เรา​จะ​ปรน​นิบัติ​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​พระ​ชนม์​อยู่

ฮีบรู 9:22 แท้​จริง​ตาม​ธรรม​บัญ​ญัตินั้น​ถือ​ว่า​เกือบ​ทุก​สิ่ง​ได้​รับ​การ​ชำระ​ให้​บริ​สุทธิ์​ได้​ด้วย​เลือด และ​ถ้า​ไม่​มี​โล​หิต​ไหล​ออก​แล้ว ก็​จะ​ไม่​มี​การ​ยก​โทษ​บาป​เลย

ทัศนะของพระเยซูคริสต์ต่อพระคัมภีร์

มัทธิว 5:18 เพราะ​เรา​บอก​ความ​จริง​แก่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ว่า จน​กว่า​ฟ้า​และ​ดิน​จะ​ล่วง​ไป แม้​อักษร​ที่​เล็ก​ที่​สุด หรือ​ขีด ขีด​หนึ่ง ก็​จะ​ไม่​มี​วัน​สูญ​ไป​จาก​ธรรม​บัญ​ญัติ จน​กว่า​ทุก​สิ่ง​จะ​เกิด​ขึ้น

มัทธิว 26:54 แต่​ถ้า​เป็น​อย่าง​นั้น​ข้อ​พระ​คัม​ภีร์​ที่​ว่า จำ​เป็น​จะ​ต้อง​เป็น​อย่าง​นี้​จะ​สำเร็จ​ได้​อย่างไร?

มัทธิว 26:56 แต่​ทั้ง​หมด​นี้​เกิด​ขึ้น​เพื่อ​ให้​สำ​เร็จ​ตาม​ที่​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​เขียน​ไว้…  

ลูกา 24:44 พระ​องค์​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “นี่​เป็น​ถ้อย​คำ​ของ​เรา ซึ่ง​เรา​บอก​ไว้​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ขณะ​ที่​เรา​ยัง​อยู่​กับ​ท่าน​ว่า บรร​ดา​ถ้อย​คำ​ที่​เขียน​ไว้​ใน​หมวด​ธรรม​บัญ​ญัติ​ของ​โม​เสส ใน​หมวด​ผู้​เผย​พระ​วจนะ และ​ใน​หมวด​เพลง​สดุดี​ที่​กล่าว​ถึง​เรา​นั้น จำ​เป็น​จะ​ต้อง​สำ​เร็จ”

พระคัมภีร์เป็นพระวจนะของพระเจ้า ข้อความพระคัมภีร์จาก  theWord…Thailand Bible Society (www.thaibible.or.th)

Posted in คริสตศาสนา | Tagged , , , , , | Leave a comment

พระคัมภีร์เดิม (The Old Testament)

 

พระคัมภีร์เดิมหรือพันธสัญญาเดิม (The Old covenant) ประกอบด้วยหนังสือ 39 เล่ม เป็นบันทึกเรื่องราวที่พระเจ้าประสงค์เปิดเผยพระองค์เอง (God’s revelation) ต่อมนุษย์ ข้อความถูกบันทึกโดยผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร และเขียนขึ้นโดยการดลใจจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ ข้อความทั้งหมดไม่มีข้อผิดพลาด และบางครั้งอยู่เหนือเหตุผลของมนุษย์

2เปโตร 1:21“เพราะ​ว่า​คำ​ของ​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​นั้น ไม่​ได้​มา​จาก​ความ​ประ​สงค์​ของ​มนุษย์​เลย แต่​มนุษย์​กล่าว​คำ​ซึ่ง​มา​จาก​พระ​เจ้า ตาม​ที่​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์​ทรง​ดล​ใจ​เขา”

2ทิโมธี3:16 พระ​คัม​ภีร์​ทุก​ตอน​ได้​รับ​การ​ดลใจ​จาก​พระ​เจ้า และ​เป็น​ประ​โยชน์​ใน​การ​สอน การ​ตัก​เตือน​ว่า​กล่าว การ​แก้ไข​สิ่ง​ผิด และ​การ​อบ​รม​ใน​ความ​ชอบ​ธรรม”

พระคัมภีร์เดิมกล่าวถึงการทรงสร้างมนุษย์ การที่มนุษย์ล้มลงในความบาป และการเตรียมส่งพระเยซูคริสต์ พระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า เข้ามาในโลกเพื่อไถ่มนุษย์ให้พ้นจากบาปนั้น ซึ่งสำเร็จทางชนชาติอิสราเอล พระคัมภีร์เดิกล่าวถึงอับราฮัม ซึ่งเป็นบิดาแห่งความเชื่อ ว่า อยู่ในยุค 2,000 ปีก่อนคริสตกาล และโมเสส ประมาณ 1,500 ปีก่อนคริสตกาล พระคัมภีร์เดิมเล่มสุดท้าย เขียนเสร็จในช่วงเวลาราว 460-430 ปีก่อนคริสตกาล

ในพระคัมภีร์เดิม ผู้เขียนใช้ถ้อยคำว่า “พระเจ้าตรัสโดยทางข้าพเจ้า”

2ซามูเอล 23:2 “พระ​วิญ​ญาณ​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​ได้​ตรัส​ทาง​ข้าพ​เจ้า พระ​ดำรัส​ของ​พระ​องค์​อยู่​ที่​ลิ้น​ของ​ข้าพ​เจ้า”  

ยิระมายา 1:9 “แล้ว​พระ​ยาห์​เวห์​เหยียด​พระ​หัตถ์​สัม​ผัส​ปาก​ข้าพ​เจ้า และ​พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​กับ​ข้าพ​เจ้า​ว่า นี่​แน่ะ เรา​เอา​ถ้อย​คำ​ของ​เรา​ใส่​ใน​ปาก​ของ​เจ้า”  

อาโมศ 3:8 “สิงห์​เปล่ง​เสียง​คำ​ราม​แล้ว ใคร​จะ​ไม่​กลัว​บ้าง? พระ​ยาห์​เวห์​องค์​เจ้า​นาย​ตรัส​แล้ว ใครบ้างจะ​ไม่​เผย​พระ​วจนะ?”

และอีกประการหนึ่ง เมื่อผู้เขียนถึงข้อความหรือเรื่องที่มีผู้เขียนไว้ก่อนแล้วก็จะอ้างว่า เป็นพระวจนะของพระเจ้า

ในพันธสัญญาเดิมนี้มีบัญญัติของโมเสสที่รับจากพระเจ้าที่ภูเขาซีนายและตั้งไว้กับชนชาติอิสราเอล

อพยพ 20:1-17 พระบัญญัติสิบประการ

พระ​เจ้า​ตรัส​พระ​วจนะ​ทั้ง​สิ้น​ต่อ​ไป​นี้​ว่า เรา​คือ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​เจ้า ผู้​ได้​นำ​เจ้า​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์​คือ​จาก​แดน​ทาส   —- 

–  ห้าม​มี​พระ​เจ้า​อื่น​ใด​นอก​เหนือ​จาก​เรา

–  ห้าม​ทำ​รูป​เคา​รพ​สำหรับ​ตน เป็น​รูป​สิ่ง​ใด​ซึ่ง​มี​อยู่​ใน​ฟ้า​เบื้อง​บน หรือ​บน​แผ่น​ดิน​เบื้อง​ล่าง หรือ​ใน​น้ำ​ใต้​แผ่น​ดิน ห้าม​กราบ​ไหว้​หรือ​ปรน​นิบัติ​รูป​เหล่า​นั้น เพราะ​เรา​คือ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​เจ้า เป็น​พระ​เจ้า​ที่​หวง​แหน ให้​โทษ​ของ​บิดา​ตก​ทอด​ไป​ถึง​ลูก​หลาน​ของ​ผู้​ที่​ชัง​เรา​จน​ถึง​สาม​ชั่ว​สี่​ชั่ว​อายุ​คน แต่​แสดง​ความ​รัก​มั่น​คง​ต่อ​คน​ที่​รัก​เรา และ​รักษา​บัญ​ญัติ​ของ​เรา​จน​ถึง​นับ​พัน​ชั่ว​อายุ​คน “ห้าม​ใช้​พระ​นาม​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​เจ้า​ไป​ใน​ทาง​ที่​ผิด เพราะ​ผู้​ที่​ใช้​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์​ไป​ใน​ทาง​ที่​ผิด​นั้น พระ​ยาห์​เวห์​จะ​ทรง​เอา​โทษ

–  จง​ระลึก​ถึง​วัน​สะ​บา​โต ถือ​เป็น​วัน​บริ​สุทธิ์

–  จง​ทำ​งาน​ทั้ง​สิ้น​ของ​เจ้า​หก​วัน แต่​วัน​ที่​เจ็ด​นั้น​เป็น​สะ​บา​โต​แด่​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​เจ้า ใน​วัน​นั้น​ห้าม​ทำ​งาน​ใดๆ​ไม่​ว่า​เจ้า​เอง หรือ​บุตร​ชาย​บุตร​หญิง​ของ​เจ้า หรือ​ทาส​ทาสี​ของ​เจ้า หรือ​สัตว์​ใช้​งาน​ของ​เจ้า หรือ​คน​ต่าง​ด้าว​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​ประตู​เมือง​ของ​เจ้า เพราะ​ใน​หก​วัน​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​สร้าง​ฟ้า​และ​แผ่น​ดิน ทะเล และ​สรรพ​สิ่ง​ซึ่ง​มี​อยู่​ใน​ที่​เหล่า​นั้น แต่​ใน​วัน​ที่​เจ็ด​ทรง​พัก เพราะ​ฉะนั้น​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​อวย​พร​วัน​สะ​บา​โต และ​ทรง​ตั้ง​วัน​นั้น​ไว้​เป็น​วัน​บริ​สุทธิ์

–  จง​ให้​เกียรติ​แก่​บิดา​มาร​ดา​ของ​เจ้า เพื่อ​อายุ​ของ​เจ้า​จะ​ได้​ยืน​ยาว​บน​แผ่น​ดิน ซึ่ง​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​เจ้า​ประ​ทาน​แก่​เจ้า

–  ห้าม​ฆ่า​คน

–  ห้าม​ล่วง​ประ​เวณี​ผัว​เมีย​เขา

–  ห้าม​ลัก​ขโมย

–  ห้าม​เป็น​พยาน​เท็จ​ใส่​ร้าย​เพื่อน​บ้าน

–  ห้าม​โลภ​บ้าน​เรือน​ของ​เพื่อน​บ้าน ห้าม​โลภ​ภรรยา​ของ​เพื่อน​บ้าน หรือ​ทาส​ทาสี​ของ​เขา หรือ​โค ลา​ของ​เขา หรือ​สิ่ง​ใดๆ ซึ่ง​เป็น​ของ​ของ​เพื่อน​บ้าน

พระคัมภีร์เป็นพระวจนะของพระเจ้า ข้อความพระคัมภีร์จาก  theWord…Thailand Bible Society (www.thaibible.or.th)

Posted in คริสตศาสนา | Tagged , , , , , | Leave a comment